- Blog
CISA แจ้งเตือน: ช่องโหว่ร้ายแรง Linux Kernel (CVE-2024-1086) ถูกแก๊งแรนซัมแวร์นำไปโจมตีแล้ว
CISA แจ้งเตือน: ช่องโหว่ร้ายแรง Linux Kernel (CVE-2024-1086) ถูกแก๊งแรนซัมแวร์นำไปโจมตีแล้ว
By Pipitpon P. (Product Owner @ Nipa Cloud)
Published : November 5, 2025
Time : 5 min read


Cloud Orchestration คืออะไร?
สำนักงานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ (CISA) ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2025 นี้ ว่า ช่องโหว่ระดับความรุนแรงสูงใน Linux Kernel (รหัส CVE-2024-1086) ได้ถูกกลุ่มอาชญากรไซเบอร์นำไปใช้ในการโจมตีแบบ Ransomware หรือมัลแวร์เรียกค่าไถ่แล้ว แม้ว่าช่องโหว่นี้จะถูกค้นพบและได้รับการแก้ไขเมื่อเดือนมกราคม 2024 แต่ปัจจุบันถูกพบการใช้งานจริง ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงร้ายแรงต่อระบบ Linux ทั่วโลก
ช่องโหว่ CVE-2024-1086 เป็นความเสี่ยงประเภท "ยกระดับสิทธิ์ (privilege escalation)" ในระบบปฏิบัติการ Linux โดยเกิดจากข้อบกพร่องประเภท "use-after-free" ในส่วนประกอบที่เรียกว่า netfilter: nf_tables ของ Linux Kernel ซึ่งข้อบกพร่องนี้ได้แฝงตัวอยู่ใน Kernel มาอย่างยาวนานนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2014
- ความอันตราย: ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์เข้าถึงระบบในระดับผู้ใช้งานทั่วไป (local access) สามารถใช้ช่องโหว่นี้เพื่อยกระดับสิทธิ์ของตนเองจนกลายเป็นสิทธิ์สูงสุดของระบบ หรือ "root" ได้สำเร็จ ซึ่งหมายความว่าผู้โจมตีจะสามารถควบคุมระบบได้อย่างสมบูรณ์
- การโจมตี: เมื่อได้สิทธิ์ root แล้ว แฮ็กเกอร์สามารถปิดระบบป้องกัน, ติดตั้งมัลแวร์, ขโมยข้อมูลสำคัญ, หรือใช้เครื่องมือในการเคลื่อนที่ในเครือข่าย (lateral movement) ซึ่งรวมถึงการนำไปใช้ในการโจมตีแบบ Ransomware ที่กำลังแพร่หลายในขณะนี้
ผู้ช่วยอัจฉริยะ คิด วางแผน พร้อมทำงานแทนคุณได้ทุกขั้นตอน
ช่องโหว่ CVE-2024-1086 ส่งผลกระทบต่อ Linux Kernel หลายเวอร์ชัน ตั้งแต่ 3.15 ถึง 6.8-rc1 โดย Linux ดิสทริบิวชันหลักที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ Debian, Ubuntu, Fedora, และ Red Hat
HUMAN-MACHINE SYNERGY
CISA ได้เพิ่มช่องโหว่นี้เข้าไปในบัญชีรายชื่อช่องโหว่ที่ถูกใช้โจมตีจริง (Known Exploited Vulnerabilities - KEV) ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 และได้กำหนดให้หน่วยงานรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ ต้องทำการแพตช์ระบบให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 20 มิถุนายน 2024 เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อความมั่นคงของชาติ
Data Backup คืออะไร และทำไมจึงสำคัญ?
ทาง Nipa Cloud Space มีการเฝ้าระวังความเสี่ยงอยู่เสมอ ทำให้ Public Image ที่ให้บริการบน Nipa Cloud Space ทั้งหมด มีการ update Linux Kernel เป็นเวอร์ชันที่ปลอดภัยทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่วันที่ xxx

สรุปความปลอดภัยในการสำรองข้อมูล
ส่วนผู้ที่ไม่ใช้ Public Image ของ Nipa Cloud Space หรือ Launch Compute Instance ตั้งแต่ก่อนวันที่ xxx โดยใช้ระบบปฏิบัติการ Linux ควรดำเนินการตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยดังนี้โดยทันที:
- ติดตั้งแพตช์ล่าสุด: ทำการอัปเดต Linux Kernel เป็นเวอร์ชันที่มีการแก้ไขช่องโหว่ CVE-2024-1086 แล้วในทันที
- มาตรการบรรเทาผลกระทบชั่วคราว: สำหรับระบบที่ไม่สามารถติดตั้งแพตช์ได้ทันที CISA แนะนำให้ใช้มาตรการลดผลกระทบชั่วคราว เช่น การจำกัดการเข้าถึง user namespaces หรือการปิดการใช้งานส่วนประกอบ nf_tables ชั่วคราว เพื่อป้องกันการถูกโจมตีที่อาจเกิดขึ้นได้
Data Backup บน Cloud
ในยุคที่ข้อมูลเปรียบเสมือนหัวใจของธุรกิจ การสูญเสียข้อมูลแม้เพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงความเสียหายมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลลูกค้า, ข้อมูลทางการเงิน, หรือโปรเจกต์สำคัญที่กำลังดำเนินการอยู่ คำถามสำคัญที่ทุกองค์กรต้องเผชิญคือ "เราจะปกป้องข้อมูลอันมีค่าเหล่านี้ได้อย่างไร?"
วิธีการสำรองข้อมูล (Data Backup) ที่เป็นที่รู้จักกันดีมีอยู่ 2 รูปแบบหลัก คือใช้ฮาร์ดแวร์ที่ดูแลเอง เช่น External Hard Drive (HDD) หรือ Network Attached Storage (NAS) และ ใช้บริการ Cloud ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง แต่แบบไหนล่ะที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับธุรกิจของคุณมากกว่ากัน? บทความนี้จะพาไปหาคำตอบ
ข้อดี–ข้อเสียแต่ละวิธี สำรองข้อมูลแบบไหนตอบโจทย์คุณมากกว่า?
ข้อดี
- ควบคุมได้เต็มที่: คุณเป็นเจ้าของอุปกรณ์และข้อมูลทั้งหมด
- รวดเร็วในการ Backup/Restore: หากไฟล์มีขนาดใหญ่มาก การถ่ายโอนผ่านสาย USB จะเร็วกว่าการอัปโหลดผ่านอินเทอร์เน็ต
- ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต: สามารถเข้าถึงข้อมูลสำรองได้แม้ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ข้อเสีย
- ความเสี่ยงทางกายภาพ: เสี่ยงต่อการตกหล่น, เสียหาย, ถูกขโมย หรือสูญหาย
- จุดตายจุดเดียว (Single Point of Failure): หากเกิดภัยพิบัติที่สำนักงาน ก็อาจสูญเสียข้อมูลไปทั้งหมด
- กระบวนการ Manual: มีโอกาสลืมสำรองข้อมูลได้ง่าย
แนวโน้มการเก็บข้อมูลในอนาคต
ปริมาณข้อมูลทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แนวโน้มในอนาคตจึงมุ่งไปที่ Hybrid Cloud และ Multi-Cloud ซึ่งเป็นการผสมผสานการใช้โครงสร้างพื้นฐานทั้งในองค์กร (On-premise) และบน Cloud จากผู้ให้บริการหลายราย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ลดความเสี่ยง และบริหารค่าใช้จ่ายอย่างชาญฉลาด
Cloud จะยังคงเป็นหัวใจหลักของกลยุทธ์การจัดการข้อมูลสำหรับองค์กรยุคใหม่ เพราะไม่เพียงแต่เป็นที่สำหรับ Data Backup แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มสำหรับนวัตกรรมอย่าง AI, Machine Learning และ Big Data Analytics อีกด้วย
Data Scientist vs. Data Analyst
Data Backup คือกระบวนการสร้างสำเนาข้อมูลสำคัญจากคอมพิวเตอร์ หรือเซิร์ฟเวอร์ของคุณไปเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัยอีกแห่งหนึ่ง เพื่อให้สามารถกู้คืนข้อมูลกลับมาได้ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น
- ฮาร์ดแวร์เสียหาย (คอมพิวเตอร์พัง, HDD เสีย)
- ถูกโจมตีทางไซเบอร์ (Ransomware, Virus)
- ความผิดพลาดของมนุษย์ (Human Error เผลอลบไฟล์)
- ภัยธรรมชาติ (น้ำท่วม, ไฟไหม้, แผ่นดินไหว)
การมีแผน Data Backup ที่ดี คือหลักประกันที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถดำเนินต่อไปได้แม้ในยามวิกฤต (Business Continuity)
อ้างอิง
- https://nipa.cloud/th
- https://securityaffairs.com/184076/security/old-linux-kernel-flaw-cve-2024-1086-resurfaces-in-ransomware-attacks.html
- https://www.thaicert.or.th/2025/11/03/cisa-แจ้งเตือน-ช่องโหว่ร้าย/
- https://ubuntu.com/security/CVE-2024-1086
- https://bitly.com/pages/landing/bringing-us-all-a-bit-closer-lp?gad_source=1&gad_campaignid=19684284166&gbraid=0AAAAAC3Maq6uO14I6MZXc1-vje-YeWtKL&gclid=Cj0KCQiArOvIBhDLARIsAPwJXOZUUXwVD9PQY7N6qnn0isVGmAcmJ1Z9RVSycS5J7NiogU51SkgGYbkaAgRbEALw_wcB
- https://web-stg-epc.nipa.cloud/th/blog/ปรับให้รองรับการใช้%20Markdown%20ที่เป็น
- https://web-stg-epc.nipa.cloud/th/blog/วิธีการสำรองข้อมูลในยุคที่ข้อมูลเปรียบเสมือนหัวใจของธุรกิจการสูญเสียข้อมูลแม้เพียงเล็กน้อย